
ทหารเอกพระบัณฑูร
นิยายอิงประวัติศาสตร์
by ไม้ เมืองเดิม
155 pages· 1978
About
เมื่อคืนนี้เดือนหงาย แม้ว่าจะเป็นเดือน ๙ มีฝนลงชุก แต่ขณะยามเช้ารุ่งมาแล้วนี้ฟ้าก็ปลอดโปร่งดี เพราะฝนตกเมื่อใกล้รุ่งเหมือนขจัดเมฆ จึงยามเมื่อรุ่งอรุณทั้งต้นและปลายฟ้าก็ปลอดเมฆ เขียวโปร่งจัดมีขาวสลับ เพราะต้องแสงตะวันบ้างนั้นแล้วเล็กน้อย ในราชสำนักสมเด็จพระมหาอุปราชเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์พระราชวังบวรแห่งศรีอยุธยา กรุงหลวง ถัดพระที่นั่งหลังใต้อันมีนามพระพิมานรัถยา ก็ถึงเขตเรือนมหาดเล็กตัวเอก ซึ่งทรงปรารถนาพระทัยไว้ว่า แม้เมื่อใดพระองค์ท่านได้เสวยราชสมบัติผ่านพิภพศรีอยุธยาแล้ว ทหารนี้อันเป็นมหาดเล็กข้าหลวงสนิทที่จงรักและกอร์ปด้วยฝีมือเป็นยอดทหาร ทั้งรู้พระตำรับพิชัยสงครามลึกซึ้งเกินกว่าวัยหนุ่มนั้นเป็นที่พระกลาโหม เจ้าศึก ไม้ประดู่เคียงคู่อยู่เกินหน้าเรือนมหาดเล็กบุรุษโปรดผู้นั้น แม้จะสดชื่นได้ฝนใกล้รุ่งแต่เช้านี้ แต่ประดู่คู่ช่างยืนเหงา ยิ่งเพ่งก็ยิ่งเหงาด้วยสงัดลม อันชวนใจเจ้าหนุ่มข้าหลวงผู้เสร็จซ้อมฝีมือทหารแล้ว และนั่งเพ่งประดู่อยู่ให้สังหรณ์เหมือนมีทุกข์ว่าจะเกิดแก่ตัว และราชวงศ์ท่านโดยหวาดไปเอง คิดไปเองและตรองไปหนักหนาว่า เมื่อคืนมีพระบัณฑูรรับสั่งว่า จักต้องตามเสด็จไปพระราชวังหลวงโดยราชโองการ ก็ศัตรูพระบัณฑูรนั้นเหลือหลาย นับแต่ลงพระอาญาแก่เจ้ากรมปลัดกรม ตลอดนายเวรของเจ้าต่างกรมทั้ง ๓ พระองค์ อันเป็นญาติพระวงศ์ต่างชั้นชนนี แล้วก็ทรงอาฆาตแก่กัน แต่กูสิ สมเด็จพระบัณฑูรทรงชุบเลี้ยงมานานนักครั้งเมื่อรุ่น หากจะเกิดภัยถึงพระองค์ท่าน หลวงกลาโหมราชเสนาก็ต้องรบถึงชีวิตถวายกตัญญู แล้วหลวงกลาโหมทหารยอดฝีมือก็เลยหัวเราะขันใจตัวเอง ที่คิดอุตริด้วยพระบัณฑูรท่านเป็นราชโอรสพระองค์ใหญ่ผ่านราชสมบัติเป็นมหา อุปราชแล้ว ภัยใดเล่าจักเกิดมิเห็นเลย ทั้งพระธิดาและโอรสก็เป็นที่สนิทเสน่หาแก่สมเด็จเจ้าฟ้า ซึ่งเป็นพระอนุชาพระมหาอุปราชทั้งสององค์ เราสิก้มหน้าตามมีพระบัณฑูรไว้จักกินตำแหน่งกลาโหมเมื่อผ่านราชสมบัติ จึงจำต้องฝึกฝีมือเป็นยอดขุนพลทั้งรบและพระตำรับพิชัยสงครามให้สมแก่ตำแหน่ง ครองไพร่พลทั้งหลายสู้ศึก จึงอำนาจใดเล่าเว้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวราชบิดาท่านจักมาก่อภัยที่แว่ว ๆ รู้อยู่ให้หนักหนาไปได้ แต่ถ้าจะมีหลวงกลาโหมก็ต้องรบจนสุดฝีมือ ขณะนั้นเบื้องหน้าอันเป็นเขตเรือนพระราชทานท้ายสวนพระที่นั่ง มีอิสตรีหลายคนเดินล่วงประดู่คู่มาชวนฉงนใจนัก บุรุษหนุ่มกลาโหมราชเสนาจึงเพ่งสักครู่หนึ่ง ก็ตระหนักใจตัวพร้อมด้วยมหัศจรรย์ยิ่ง เพราะแม่ข้าหลวงพระองค์หญิงธิดาท่าน กับนางบ่าว ๓ – ๔ คน เดินเร่งร้อนกวาดตาเหม่อไปทางสนามฝึกฝีมือ จนอีกครู่หนึ่งเมื่อเหลือบเห็นแล้ว ข้าหลวงงามแม่นั้นก็มุ่งมาหาโดยร้อนรน สาวเท้าเร่งจนหลวงกลาโหมหลากในกิริยานั้น พลอยกังวลใจเพราะข้าหลวงแม่มิใช่อิสตรีสาวอื่น ด้วยหมายมั่น ผิว์สมเด็จพระบัณฑูรซึ่งทรงทราบระแคะระคายแล้ว จักรับสั่งถามเมื่อใด ก็จะขอพระกรุณาทูลให้ทรงทราบถึงความรักปรารถนาตัว “พี่เดือน” ข้าหลวงแม่ยกมือเคารพขณะถึงและเอ่ยเรียกชื่อเดิม “เสร็จกิจพี่แล้วด้วยฝึกฝีมือทหารมิใช่หรือ” ข้าทหารพระบัณฑูร ที่เพิ่งได้พระราชทานยศเป็นหลวงกลาโหมราชเสนา รับเคารพแล้วยังเพ่งด้วยความพิศวงใจ “สิ้นธุระแล้วละยมโดยแม่เอ๋ย ธุระแม่มานี่คงจะร้อนหนักกระมังดูหน้าตาตื่น” หญิงแม่ข้าหลวงค้อนให้น้อยหนึ่งด้วยสถานเคยแก่กัน เหลียวดูนางบ่าวเห็นนั่งรวมอยู่ห่างก็ตอบว่า “พี่เดือนก็ข้าพระบัณฑูร ท่านรู้ขนบอยู่ ก็ไยเล่าจะมาถามย้ำยมโดยนี้ เป็นข้าหลวงพระธิดาท่านองค์หญิง และนี่เป็นเรือนบุรุษผิว์ว่าไม่มีรับสั่งมาด้วยกิจ แล้วจักแส่มาเองมิอับอายหรือ มิต้องราชทัณฑ์ท่านหรือ?” ผู้ครองตำแหน่งออกกลาโหมพระมหาอุปราชเผยอยิ้ม ด้วยรักงอนเชิงแม่นัก ลืมถึงอิริยาอันแผกชวนสงสัยเมื่อแรกเห็นนี้แล้วจึงกล่าวว่า “แม่เอ๋ยยมโดยพกแต่โทสะเสียยามเช้า ฉะนี้ได้เคืองใจใครเล่าและที่มาด้วยกิจรับสั่งท่านด้วยข้อใด” “พระองค์หญิงมีรับสั่ง” นางข้าหลวงตอบตรงๆ “ทรงกำชับว่าเป็นธุระร้อนด่วน แม้พี่เดือนยังภักดีแล้วขอจงไปเฝ้าให้ได้” บุรุษหนุ่มข้าพระบัณฑูรยิ่งเพ่งสาวงามแม่ชู้ซึ่งเคยสนิทซ่อนรักซ่อนใคร่นึกไปต่างๆ คดี แล้วก็พึมพำแก่ตัวและย้อนนางว่า “พระองค์หญิงมีรับสั่งให้หา เอ ก็ด้วยกิจใดที่ท่านร้อนอยู่ แม่ทราบบ้างหรือไม่ อนึ่งสักครู่ ๓ – ๔ โมง ฉันก็จะต้องตามเสด็จพระบัณฑูรท่าน ไปสู่พระราชวังหลวงด้วยมีพระราชโองการ” เจ้าจึงพยักรับเอาพักตร์แม่เผือดก็ยิ่งเผือด ตอบขาดเป็นห้วงเป็นตอน “ทรงทราบแล้วน่ะสิหลวงกลาโหม พระองค์หญิงจึงได้เร่งฉันมาตามเพื่อให้เฝ้าเสียก่อนโดยเสด็จ และขอให้ไปเดี๋ยวนี้เพราะร้อนพระทัยอยู่” กลาโหมก็ยิ่งร้อนใจนัก ทั้งสงสัยคิดไปต่างๆ ข้อหลายประการ อันพระองค์หญิงธิดานี้หากจะเป็นเสมอธิดาสนมหม่อมรอง ก่อนจะได้สถาปนาเป็นพระมหาอุปราช ด้อยศักดิ์กว่าพระโอรสและธิดาอื่นแต่ความจงรักต่อพระบัณฑูรนั้นยิ่งนักหนา และสนิทชิดชอบกับเดือนมหาดเล็กผู้เป็นตำแหน่งกลาโหมเมื่อเร็วๆ นี้มิได้ถือพระองค์ แล้วจึงกล่าวเชื้อเชิญว่า “กระนั้นเชิญยมโดยแม่ในเรือนพักเสียก่อนสักครู่เพราะพี่จะแต่งตัว เมื่อเฝ้าพระองค์หญิงแล้วจะเลยไปคอยเสด็จที่ประตูทิม” “ฮึ พูดอย่างไรอยู่นะพี่เดือน” ข้าหลวงพระองค์หญิงชำเลืองตอบมีอิริยาเขินอาย “บนเรือนกลาโหมสิล้วนแต่บุรุษทั้งสิ้น และนี่ก็ลอบมาเพียงรับสั่งพระองค์หญิงเท่านั้นจะขึ้นไปกระไรอยู่ ผิว์ใครพบแล้วที่สิจะพลอยโทษรู้ไหมเล่า” บุรุษก็ถอนใจใหญ่เหมือนท้อใจที่จะเอาชนะแม่ด้วยถ้อยคำข้าหลวง แม่ช่างดักช่างรู้ไปเสียสิ้น ก็เลยได้แต่ถือหัวเราะและขยับสบตาแม่ข้าหลวง “กระนั้นจะทำฉันใดเล่า หรือจักกลับก่อนทูลพระองค์ท่านว่าเพียงอีกสักครู่หนึ่งพี่แต่งกายแล้ว ก็จะไปเฝ้าเสียโดยเร็ว” “สมควรอยู่หนัก เพราะพระองค์ท่านดูกังวลมากและตื่นบรรทมเช้าผิดเคย พอสรงเสร็จก็รับสั่งให้มาตามทีเดียว อย่ามัวประดิดประดอยแต่งให้ช้าอยู่นักเล่า” กลาโหมหัวเราะร่วนค่อยลดเสียงเกือบกระซิบได้ยินเฉพาะอยู่แต่แม่ข้าหลวงเท่านั้น มิถึงหูบ่าวเบื้องหลัง “แม่เอ๋ยช่างค่อนนัก พี่หรือเป็นผู้ชอบประดิษฐ์ร่างโอ่ด้วยเครื่องแต่งตัว แต่ไหนแต่ไรมานานแล้วมิเห็นหรือ ทหารหรือจักใฝ่งามมาใส่ตัวจนเสียกิจอื่น” “โอ๋ พ่อหลวงกลาโหม” เป็นครั้งแรกที่สาวแม่ยิ้ม แม้จักซ่อนงอนดังหยันคำทหาร “ทราบแล้วว่ากลาโหมท่านเป็นทหารกล้า สมเด็จพระบัณฑูรชอบอยู่แต่ณรงค์สงคราม ก็แต่ว่าพ่อเดือนเมื่อก่อนหากไปไหนก็แต่งตัวเพียงกระนั้น ทั้งรวดเร็วไม่สู้โอ่ตั้งแต่เป็นหลวงมีศักดิ์มา ใครเขาย่อมสังเกตพ่ออยู่ว่า แป้งก็ไม่ขาดหน้าและคงจะเสกเป่าเป็นเสน่ห์ด้วย พระมนต์ขลังจึงดักคอไว้ให้รู้ เอ้า อย่าชักช้าเลยเร่งไปแต่งกายเถิด ฉันจะกลับก่อน” “เชิญยมโดยแม่กลับเถิด แล้วทูลพระองค์ท่านว่าสักครู่เดียวขอแต่งตัวเพราะจะเลยไปเฝ้าสมเด็จท่านด้วย อย่าวิตกว่าจักช้าเลย เพราะแต่งตัวของกลาโหมไม่โอ่อื่น ด้วยมียมโดยแม่แล้วเป็นที่สุดแห่งหัวใจมิแส่หา” “แน๊ะ พูดพิลึก” สาวพลั้งแสนอาย ด้วยกลาโหมโลมคำเสียซึ่งหน้า แต่ก็มิวายจะกลั้นยิ้มแย้มแล้วโบกมือไล่ “เร็วเถิดอย่ามัวชะล่าลิ้นอยู่มิกลัวหลังลายหรือไปรีบแต่งตัวพี่ดีกว่า” แล้วสาวยมโดยแม่ต้นตำหนัก ก็หันให้หลังออกเดินเพราะหากจะขืนยืนก็เกรงว่าหลวงหนุ่มพ่อชู้จักหลงเพลิน ชวนสนทนาอีกให้ป่วยการแก่เวลา แม้กระนั้นเมื่อออกเดินนำบ่าวไปแล้วกระทั่งจะถึงไม้ประดู่ ก็มิวายเหลียวอีกครั้งหนึ่ง แม้จักค้อนให้แต่โดยไกลก็ฝากยิ้มอยู่ในหน้า เพราะออกกลาโหมนั้นยังตรึงกอดอกยิ้มอยู่ มิได้กลับสู้เรือนแต่งกาย กระทั่งพ้นร่มประตูเลี้ยวแล้ว จึงเห็นทหารสมเด็จพระบัณฑูรให้หลังกลับขึ้นเรือนร่างไป ยมโดยแม่ข้าหลวงจึงเร่งสาวเท้าสู่ตำหนัก, Keywords: นิยายฟรี, นิยาย ฟรี,นิยายไทย ฟรี, นิยาย ไทย ฟรี, นิยาย, นิยายไทย, นิยาย ไทย,หนังสือ, หนังสือ ฟรี, หนังสือฟรี, หนังสือไทย, หนังสือ ไทย, อีบุ๊คภาษาไทย, อีบุ๊ค, อีบุ๊ค ไทย, อีบุ๊ก, นิยายไทย ebook, นิยาย ไทย ebook, นิยายไทย อีบุ๊ค, นิยายไทย ฟรี โหลด, thai ebook, thai e-book, thai book, Keywords: นิยายฟรี, นิยาย ฟรี,นิยายไทย ฟรี, นิยาย ไทย ฟรี, นิยาย, นิยายไทย, นิยาย ไทย,หนังสือ, หนังสือ ฟรี, หนังสือฟรี, หนังสือไทย, หนังสือ ไทย, อีบุ๊คภาษาไทย, อีบุ๊ค, อีบุ๊ค ไทย, อีบุ๊ก, นิยายไทย ebook, นิยาย ไทย ebook, นิยายไทย อีบุ๊ค, นิยายไทย ฟรี โหลด, thai ebook, thai e-book, thai book, หนังสือสวดมนต์ก่อนนอน, นวนิยาย รัก, นวนิยาย ไทย, นวนิยาย, นวนิยาย อิงประวัติศาสตร์ |
Discuss ทหารเอกพระบัณฑูร with other readers
Join or start a book club for ทหารเอกพระบัณฑูร on Readfeed. Live chat, shared reading progress, and AI discussion questions — free to get started.
Frequently asked questions
How do I join a book club for ทหารเอกพระบัณฑูร?
Sign up free on Readfeed, then browse public clubs or start your own club with ทหารเอกพระบัณฑูร as the current read. Invite friends with a share link and discuss together with live chat and AI discussion questions.
Can I discuss ทหารเอกพระบัณฑูร with other readers online?
Yes. Readfeed book clubs let you chat live, share progress, and join discussions about ทหารเอกพระบัณฑูร with readers worldwide — whether your club is virtual, in-person, or hybrid.
Is Readfeed free?
Yes. Creating an account and joining book clubs is free. Sign up to find readers who love the same books and start discussing today.